Compte à rebours pour Duralex, en quête d’un repreneur industriel
Le compte à rebours est lancé pour Duralex. Placée en redressement judiciaire le 1er juin, la verrerie de La Chapelle-Saint-Mesmin (Loiret) est désormais engagée dans un plan de cession validé...
Travaux au Palais Garnier : l’Opéra de Paris s’engage dans un marathon de modernisation
L’Opéra de Paris se prépare à l’une des plus longues interruptions de l’histoire du Palais Garnier. La scène de l’édifice inauguré il y a 151 ans sera fermée de 2027 à 2032, soit cinq ans au...
Canicule répétée, forêts en flammes: la climatisation au cœur des stratégies d’adaptation
La France affronte déjà son troisième épisode de fortes chaleurs depuis le début de l’année, quelques jours seulement après une canicule qualifiée d’historique. Dimanche, sept départements du...
Jusqu’à –62 % de croissance pour les jeunes huîtres : la filière face au risque climatique
Des côtes normandes à la Méditerranée, les scientifiques décrivent une même dynamique : la multiplication et l’intensification des canicules marines désorganisent les écosystèmes et fragilisent...
Les 80 ans du In et les 60 ans du Off face aux menaces sur le spectacle vivant
À partir du 4 juillet 2026, Avignon redevient pour trois semaines la capitale mondiale du théâtre, avec une édition hautement symbolique : le Festival « In » fête ses 80 ans, tandis que le...

สิทธิฯ แฉคอมพาวด์สแกมในเขต DKBA ยังไม่ถูกรื้อ เหยื่อชาวจีน ฟิลิปปินส์ เคนยา และอีกหลายชาติยังถูกกักขัง

25.06.2026


องค์กรสิทธิมนุษยชนออกมาเตือนว่า ยังคงมีผู้คนมากกว่า 5,300 คนติดอยู่ในศูนย์หลอกลวงออนไลน์ใกล้ชายแดนเมียนมากับไทย แม้จะผ่านมาเกินหนึ่งปีนับจากการกวาดล้างข้ามชาติครั้งใหญ่ในพื้นที่ดังกล่าวแล้วก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวมาจากจดหมายลงวันที่ 22 มิถุนายน ที่เครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อช่วยเหลือเหยื่อการค้ามนุษย์ (Civil Society Network for Human Trafficking Victim Assistance – CSNHTV) ส่งถึงตำรวจไทย เพื่อเร่งรัดให้มีปฏิบัติการเพิ่มเติมในการช่วยเหลือเหยื่อที่ยังถูกควบคุมตัวอยู่ในคอมพาวด์ของขบวนการสแกม

CSNHTV ระบุว่า เหยื่อจำนวนมากเป็นชาวต่างชาติที่ถูกควบคุมตัวอยู่ใน 4 แห่งภายในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังติดอาวุธในเมียนมา ซึ่งรวมถึงพื้นที่ที่มีการอ้างถึงว่าอยู่ภายใต้อิทธิพลของกองทัพประชาธิปไตยกะเหรี่ยงพุทธ (Democratic Karen Buddhist Army – DKBA) กลุ่มสิทธิฯ ประเมินว่าผู้ที่ยังติดอยู่มีชาวจีนราว 1,600 คน ชาวเมียนมาประมาณ 200 คน ชาวไทยราว 20 คน รวมถึงชาวต่างชาติจากฟิลิปปินส์ ไต้หวัน มาเลเซีย บราซิล รัสเซีย เคนยา ยูกันดา รวันดา และซิมบับเว

ศูนย์สแกมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งในเมียนมาและกัมพูชา ถูกระบุว่าดำเนินโครงการหลอกลวงออนไลน์ผิดกฎหมายที่มุ่งโกงเงินเหยื่อทั่วโลก โดยองค์การสหประชาชาติประเมินว่าขบวนการเหล่านี้สร้างรายได้รวมกันปีละหลายพันล้านดอลลาร์ สถานประกอบการจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณแนวชายแดนเมียนมา-ไทย ถูกกล่าวหาว่าบริหารงานโดยเครือข่ายอาชญากรรมที่ลักลอบค้ามนุษย์ข้ามชาติ บังคับให้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่กดขี่และมีการละเมิดอย่างต่อเนื่อง

ไทยเคยเป็นหัวหอกในการผลักดันความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อรื้อถอนศูนย์สแกมตามแนวชายแดน โดยเมื่อปีที่แล้ว ทางการสามารถช่วยเหลือผู้คนราว 5,000 คนออกจากศูนย์หลอกลวงขนาดใหญ่ในพื้นที่เมียวดีของเมียนมาได้ อย่างไรก็ดี จดหมายของ CSNHTV ระบุว่า คอมพาวด์จำนวนมากในเขตอิทธิพลของกองกำลังติดอาวุธยังไม่ได้ถูกรื้อถอนหรือเข้าปฏิบัติการช่วยเหลืออย่างเต็มรูปแบบ ทำให้เครือข่ายสแกมยังคงดำเนินงานและกักขังผู้คนไว้ภายใน

คำร้องขอจากองค์กรสิทธิฯ สะท้อนแรงกดดันใหม่ต่อหน่วยงานความมั่นคงไทยและรัฐบาลในภูมิภาคให้เร่งรัดความร่วมมือข้ามแดน และย้ำคำถามเก่าเรื่องการปิดช่องโหว่ด้านการค้ามนุษย์และการทำงานบังคับในพื้นที่ชายแดนที่มีความเปราะบางต่ออิทธิพลของกลุ่มติดอาวุธและเครือข่ายอาชญากรรมระหว่างประเทศ ขณะที่เหยื่อหลายพันคนจากหลากหลายประเทศยังรอการช่วยเหลือจากศูนย์สแกมที่ยังเปิดดำเนินการอยู่