Compte à rebours pour Duralex, en quête d’un repreneur industriel
Le compte à rebours est lancé pour Duralex. Placée en redressement judiciaire le 1er juin, la verrerie de La Chapelle-Saint-Mesmin (Loiret) est désormais engagée dans un plan de cession validé...
L’ultradroite la plus radicale face aux juges: retour sur un procès hors norme
Le tribunal correctionnel de Paris a condamné six hommes, issus de la mouvance d’ultradroite pronazie, à des peines allant jusqu’à sept ans de prison pour un vaste trafic d’armes. Cinq d’entre...
La cour d’appel de Paris acquitte l’ex-dirigeant d’ETA et débloque la euro-ordonnance espagnole
La justice française a refermé jeudi un chapitre clé du long parcours judiciaire de José Antonio Urrutikoetxea, dit Josu Ternera, figure historique de l’organisation armée basque ETA. La cour...
Île-de-France : le pass Navigo Annuel fait son entrée sur Android après deux ans de retard
Depuis le 2 juillet 2026, le pass Navigo Annuel franchit une nouvelle étape dans sa dématérialisation en arrivant sur les smartphones Android. Les abonnés franciliens dotés d’un forfait annuel...
Coupes annoncées dans la culture : 28 scènes nationales sonnent l’alarme auprès de l’Élysée
À la veille de l’ouverture du Festival d’Avignon, plusieurs organisations professionnelles du spectacle vivant ont adressé un courrier d’alerte à Emmanuel Macron. Elles disent avoir été...

แผนเศรษฐกิจใหม่ไทยชู 7 อุตสาหกรรมดาวรุ่ง ขับเคลื่อนรายได้ต่อหัวเติบโต

25.06.2026


รัฐบาลไทยกำหนดเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาวในการยกระดับประเทศสู่กลุ่มรายได้สูงภายใน 12 ปี ควบคู่กับการผลักดันให้ไทยติดกลุ่ม 20 ประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงสุดของโลกภายในปี 2573 (ค.ศ.2030) ตามกรอบแนวนโยบายที่ได้จากการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ (JPPCC) ครั้งแรก ซึ่งมีเอกนิติ นิธิธนาพงศ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้แถลงผลสรุป

ภายใต้เป้าหมายระยะยาว รัฐบาลตั้งใจยกระดับรายได้ประชาชาติประชต่อหัวจากปัจจุบันราว 8,000–9,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ให้ทะลุระดับมากกว่า 15,000 ดอลลาร์ โดยกำหนดให้การหลุดพ้นจาก “กับดักรายได้ปานกลาง” เป็นแกนกลางของยุทธศาสตร์ เฟรมเวิร์กใหม่แบ่งออกเป็นเป้าระยะสั้น กลาง และยาว โดยในระยะกลางมุ่งยกระดับศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจจากราว 2.7% ให้เกิน 3% ควบคู่กับการขยับอันดับความสามารถในการแข่งขันสู่ท็อป 20 ของโลก ผ่านการเสริมเสถียรภาพมหภาคและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลัก เช่น ระบบไฟฟ้าและทรัพยากรน้ำ

แผนเศรษฐกิจฉบับใหม่ยังให้ความสำคัญกับบทบาทของภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านการออกแบบโรดแมปและการขับเคลื่อนเชิงปฏิบัติ โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการลงทุนจากประมาณ 22% ของจีดีพีให้เข้าใกล้ระดับ 30% พร้อมทั้งผลักดันอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ถูกระบุว่าเป็นจุดแข็งของไทย 7 กลุ่ม ได้แก่ เกษตรและอาหาร ความมั่นคงทางอาหาร ยานยนต์อนาคต อิเล็กทรอนิกส์ดิจิทัลและเอไอ สุขภาพและยา การค้า และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กลไกเหล่านี้ถูกจัดวางในโครงการ “Reinvent Thailand” ที่มุ่งขับเคลื่อนผ่าน 4 เสาหลัก คือ การลงทุน การค้าและบริการ การพัฒนาทุนมนุษย์ และการยกระดับประสิทธิภาพภาครัฐ

ในเชิงโครงสร้าง รัฐบาลระบุว่าจะเร่งใช้งาน “เครื่องยนต์” เศรษฐกิจ 4 ด้าน ได้แก่ การลงทุนใหม่ในอุตสาหกรรมอนาคต การเสริมศักยภาพภาคท่องเที่ยวและเกษตร การพัฒนาทักษะแรงงานและทุนมนุษย์ และการรื้ออุปสรรคเชิงกฎระเบียบเพื่อให้การทำธุรกิจคล่องตัวขึ้น เอกนิติเปรียบความร่วมมือรัฐ–เอกชนครั้งนี้เสมือนการจัดทีมฟุตบอลที่มีทั้งแนวรับคอยรักษาเสถียรภาพทางการคลังและความเชื่อมั่น แนวกึ่งกลางสนามที่ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเติบโต และแนวรุกที่ผลักดันอุตสาหกรรมศักยภาพและรายได้ใหม่ ๆ เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าไปสู่สถานะประเทศรายได้สูงอย่างยั่งยืน